<< September >>

S

M

T

W

T

F

S

31 

6 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>








At the edge

 

เกือบ

 

 

จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก หนึ่งเดือนเต็มชีวิตเปลี่ยนไปมาก

เรื่องงานเรื่องเรียนเรื่องชีวิตเรื่องเงินเรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ

เรื่องดีเรื่องร้ายเรื่องใหญ่เรื่องเล็กเกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน

ชีวิตที่นี่ขึ้นๆลงๆแบบนี้เป็นปกติ อยู่ที่ความอดทน และพยายาม

 

 

อากาศลอนดอนช่วงนี้ก็เป็นแบบเดิม คือหนาวๆบ้าง ฝนตกบ้าง

แต่อากาศโดยรวมอุ่นขึ้น เนื่องจากกำลังย่างเข้าฤดูร้อน จริงๆ

เหมือนจะเป็นฤดูร้อนเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เนื่องจากร้อนมาก

ร้อนอย่างแรง ร้อนแห้ง แสบตา และไม่มีแอร์ หลังจากซัมเม่อร์วีค

ลอนดอนสับขาหลอกเป็นฝนกระหน่ำและอากาศเย็นตามเคย

ทนกันได้ก็ทนกันไป….

 

 

 

เรียนเทอมสองจบลงอย่างไม่ค่อยจะเก๋เท่าไรนัก ออกแนวแป๊ก

ได้เกรดซีบวก ทำหน้าเซงใส่อาจารย์ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ทุ่มเท

ไหนใครกันที่บอกว่ามีสิทธิ์ได้ดิสติงชั่น ขอร้องเกรดออกมาซีบวก

รีเสิชแป้เป้อเหียก รับไม่ได้ อาจารย์พูดว่ามันเป็นการยากของเด็ก

ต่างชาติเพราะว่าเรียนแบบนี้มันซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยิ่งฟังยิ่งเซง

แล้วไง(วะ) ฟาร์อีสมันจะสู้บริทิชไม่ได้เลยหรือไง เซง.............

หน้าตาแสดงออกชัดเจนตามปกติ อาจารย์เลยบอกว่าเกรดสูงสุด

ที่คนอื่นได้คือบีลบนะ แล้วไง(วะ) ไม่ได้มาเรียนเพื่อแข่งกับคนอื่น

ที่ทำไปคิดว่าดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ยังเหียกอยู่ดี สมองน้อย รอยหยักตรง

 

แต่งานที่เป็นงานที่ทำจริงๆหรือเรียกว่าแพรคทิซกลับดีมาก

อาจารย์บอกว่างานยูดีที่สุดในทั้งหมดเลยนะ (นึกในใจ) ยังไม่เลิก

จะให้แข่งกับคนอื่นไปถึงไหน แต่นี่ไม่เป็นไร เพราะ เราภูมิใจ

งานของตัวเอง....

 

 

 

 

At the edge

 

ไม่มีรูปอย่างอื่น เอารูปงานไปดูละกัน

 

 

 

 

 

เทอมที่แล้วจบเทอมต้องเสนอ final performance ตอนสิ้นปี

เอางานใส่ในสตูดิโอแล้วก็มีพรีเซ้นกันไป เรื่องงานก็ไม่มีไรซับซ้อน

คือเอาลายขวางเป็นตัวแทน individualism เพื่อต่อต้านความคิด

แบบ stereo type คือแนวแบบนี้เท่านั้นที่ดี ที่งาม ที่หล่อที่เท่ เหมือน

ต่อต้าน social standard เรื่องที่มาที่ไป subjective มาก

เพราะอ้วนแต่ชอบใส่เสื้อลายขวาง เพราะคนก็บอกว่าอ้วนแล้ว

ทำไมใส่เสื้อลายขวาง (แล้วไมใส่ไม่ได้วะ) เลยซื้อมาตรึมเลย

บวกกับที่พี่กบส่งมาจากแพตตินั่มอีก ถูกใจใส่ไม่เลิก.............

เหมือนกับว่าใส่แล้วดูอ้วนกว่าเดิม ดูอ้วนกว่าเดิมแล้วไง

ทำไมต้องผอม ต้องดูดีตลอดเลยรีไง บ้าป่าว โพสโมเดิร์นแล้ว

เป็นตัวของตัวเองกันหน่อย ทำนองนั้น.....

 

ภาพบนโต๊ะเป็นคอนเสปต่างๆ บนจออันนึงเป็นคลิปแบบว่า

แบรดพิท จู๊ดลอว นายแบบต่างๆ ( stereo type)

อีกจอนึงเป็นตัวเองทำกิจกรรมคล้ายกับบุคคลหน้าตาดีเหล่านั้น

แต่เป็นกิจกรรมปกติปุถุชน เช่นคลิปถ่ายตัวเองเดินเอาขยะไปทิ้ง

เทียบกับนายแบบบนแคทวอก เป็นต้น ส่วนจะเป็นงานเตียเต้อ

ยังไงนั้น คงจะกล่าวให้ฟังต่อไปภายภาคหน้า เนื่องจากยาวมาก

 

 

At the edge

 

 

 

สรุปตอนนี้ต้องตีเรื่อง narrative ให้ออกซึ่งเน้นไปที่ hero

รู้จัก hero journey กันรึเปล่า พวกซุปเป้อแมน แบทแมน

พวกนี้มีวัฎจักรชีวิตเดียวกัน คือเริ่มจากมี event ทำให้เกิน

การเปลี่ยนแปลงกลายเป็นยอดมนุษย์ เจอบททดสอบมากมาย

เกิดการเรียนรู้ ขั้นตอนที่สามนี่เค้าใช้คำว่า beat the father

ยังงงๆอยู่แนวแบบเป็น symbolic ว่าการไปสู้กะพ่อตัวเอง

หรือผู้ให้กำเนิดเหมือนเป็นการกระตุ้นอะไรบางอย่างมั้ง ใครรู้มั่ง

จบท้ายด้วยการบรรลุ เข้าใจโลก และก็กลับไปสู่โลกปกติ

Narrative ง่ายๆสบายๆน่าสนใจ .... ไร้สาระมั๊ยล่ะ

 

 

นอกจากนั้นก็ต้องพัฒนาคาแรกเต้อหลักในเรื่อง

ปกติเค้าจะเขียนๆเป็นสคริปแต่ด้วยความที่ภาษาเหียก

เลยจะทำเป็นวีดีโอ ต้องทำหลายอันมาก จนกว่าคาแรกเต้อ

จะงวด......

 

 

At the edge 

 

อาจารย์บอกให้ทำงานที่ออฟฟิศน้อยลง

( อ่าว...พูดงี้แล้วเรื่งปากท้องล่ะ จะทำยังไง... )

อีกแค่สี่เดือน เปเป้อก็ตรึม ดราฟแรกส่งตอนไปสวิสพอดี

เพิ่งจองตั๋วไปสวิส ไปงานแต่งงานสาวลาวกะหนุ่มสวิส

ดูไฮโซนะ ไปมาสองปีติด แต่กินแกรบมาก กลับจากสวิส

ต้องมีดราฟแรกของงานเตียเต้ออีก คือทำการแสดงแบบ

ย่อมๆทดสอบดูว่าเป็นยังไง .... เง้อ......จะรอดมั๊ย

 

 

ส่วนเรื่องงานตอนนี้แย่มาก แย่ถึงขั้นสุด มีเรื่องแย่ๆติดกัน

ที่แย่ที่สุดคือพาเพื่อนเข้าไปทำงาน เพื่อนไม่ค่อยจ๊าบเท่าไหร่

ทำแต่ทรีดี ปากดได้เงินเยอะกว่าเราซึ่งทำงานจริงจัง รับผิดชอบ

เพราะตอนแรกเพื่อนจะไม่ทำเนื่องจากเห็นเราว่าเหนื่อย

และเงินน้อย พอเพื่อนยอมมาคุย  เจ้านายแสนดีกลัว

มันไม่ยอมทำเลยให้เงินเยอะ แล้วไอ้คนที่ทำสารพัด

ไม่เคยนึก.... เสียใจไร้ค่า ผนวกกับอีกหลายเรื่องเลย และ

ที่สำคัญคือตัดสินใจทิ้งอาชีพสถาปนิกแรงงานเถื่อน

ชาวพม่าแล้ว  ตั้งใจจะมุ่งตรงไปทำงานเตียเต้อเท่านั้น

ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงไหน... คงจะยอมเริ่มจากเด็กเก็บตั๋ว

ทำแบคสเตจไปก่อน ตอนนี้พยายามหางานเหล่านี้อยู่

แล้วต่อไปคงมีอะไรให้ต่อยอดไปได้...

มาไกลถึงขนาดนี้แล้ว....  เอาวะ

 

 

At the edge

 

 

 

เรื่องเพื่อนที่นี่ก็ขำๆดี ลอร่า กับสตีวี่ย้ายไปอยู่ด้วยกัน

แถวคริสตัลพาเลซ ลงรถสถานีจิบซีฮิล ไม่ไกลจากบ้านเรามาก

แต่ต้องนั่งรถไฟบนดินไป แล้วรถไฟมีไม่บ่อย แต่ก็ยัง

ไปสิงสถิต เหมือนเป็นบ้านของตัวเอง แต่ต้องกลับเที่ยงคืน

เพราะรถรอบสุดท้าย หรือไม่ก็ต้องค้าง แถวนั้นน่าอยู่มาก

เป็นเมืองเล็กๆมีแต่บ้าน มีผับน่านั่ง คาเฟ่อาหารเช้า

ไฮตรีทขนาดย่อม มองลงเข้าไปเห็นเมืองลอนดอนลิบๆ

สงบมาก แต่อาจจะไกลหน่อย กำลังคิดว่าถ้าต้องย้าย

คงย้ายไปอยู่แถวนั้น ออกนอกเมืองดีกว่า ขอความสงบ

ไกลหน่อย ค่ารถแพงหน่อย แต่ก็ฝรั่งๆดี น่าอยู่ สงบ

ค่าบ้านไม่แพงด้วย .... งงตัวเองที่ไม่มีเพื่อนสนิทที่โรงเรียน

เป็นคนเอเชียเลย เพราะมีน้อยด้วย ส่วนใหญ่จะรวยๆกัน

บ่นเรื่องความจน ไม่มีใครเข้าใจ แถมที่โรงเรียนก็ไม่มีคนไทย

แต่คนไทยแถวนี้ก็มีแต่คนมีตังค์ บางทีบางอารมณ์ก็

ปรับทุกข์กันลำบากหน่อย ส่วนเพื่อนที่โรงเรียนนี่ กินแกรบ

ทำงานเยี่ยงทาส เลยเข้าอกเข้าใจกันดี เฮ้อ.....

ต้องหางานใหม่ให้ได้เร็วที่สุด.....

 

ประสบการณ์ดีๆ แลกด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน

และความอดทน ต้องบอกให้ปะป๊าอาร์นี่รอหน่อย

น้านิวกะลังหาทางออกให้ตัวเองอยู่

 

 

At the edge

 

 

 

เมื่อวานมีเรื่องยิ่งใหญ่เกิดขึ้นเพราะเกิดความรู้สึกรัก

เกิดความรักขึ้นมา รักแบบไม่ได้เรื่องเพศ ไม่ใช่เพื่อน

ไม่ได้อยากจะขอเป็นแฟน (หรือเมีย) ไม่ได้ต้องการ

อะไรหรือเพราะต้องการไปก็ไม่ได้ สมองเลยหลั่งสาร

อย่าเรียกร้อง ออกมาสกัดความต้องการไว้ก่อน

ได้คุยกับคนที่ไม่ได้คุยมานานมาก ความรู้สึก

เก่าๆเกิดขึ้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเก่าเพราะความรู้สึก

เดิมถูกแปรสภาพไปเพราะการเวลาและการยอมรับ

ความจริงบางประการ แต่ก็สามารถเรียกได้ว่าความ

รู้สึกมันมากกว่าเก่ามาก น่าแปลกความรักที่อีกฝ่ายไม่ได้ให้

และอีกฝ่ายไม่ขอ...

 

 

At the edge

 

 

 

 

"  It was official .... a new season has begun.
Maybe our mistakes are what make our fate
Without them, what would shape our lifes?
Perhaps if we never veered off course,
we wouldn't fall in love, or have babies or be who we are.
After all..seasons change, so do cities.
People come into your life and people go.
But it's comforting to know the one you love
are always in your heart. and if you're very lucky
......a plane ride away........"

 

 

 

 

เง้อ... ตอนนี้อยากกลับเมืองไทย

เพราะอยากเจออาร์นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่สุด

อาร์นี่ครบหนึ่งขวบหนึ่งเดือนวันนี้พอดี

หายจู๊ดๆรึยัง....หนอ

 

 

 

 

 

At the edge

 

 

 

 

กลับมาอยู่เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมละ

 

 

 

La Même Histoire - Feist

 

.........

Posted on Fri 30 May 2008 8:41

Nong NEW!

Sorry it took me awhile to get back to ya, I have been real real busy, my job is kinda challenging but i am surviving and still not leave them yet , 555

as far as the asian issue, i think most of the asian are second prior to the american or british, unless that asians are very well and competitive. I am sure if we do good, we will get recognized..

hope you get a well paid job though coz everything is so costly there..

you and the romance! wow! cheers!

yeah, the Wadi rum dessert was very stunning but so freaking HOT! YEAH i am so dark now but still attractive! 555

take care dear and keep your head up high!

Ohsie
Ohsie   
Sun 1 Jun 2008 19:57 [9]

คิดถึงนะคะ

พี่เห็นออนเอ็ม เป็นห้ามรบกวานเพราะดูคาวีอยู่ เลยไม่กล้าทัก กร๊าก

เรื่องเกรด ช่างมันเหอะ อย่าเครียด

สู้โว้ย สำหรับทุกๆเรื่องเลยนะคะ
primandpan.diaryclub.com   
Sun 1 Jun 2008 19:25 [8]

^^ โห..วันนี้กลับมาเป็นนิวตัวจริง..ชีวิตอิลุงตุงนัง..อิอิอิอิ

เอาน่า..สู้ๆๆๆ..ได้คะแนนเท่าไหร่ไม่สำคัญเท่าความสามารถที่เรามีหรอกนะ..
เห็นงานละ บอกตรงๆเลย เจ๋งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่อ่านไป เอ่อ..มันใช่จริงๆด้วย..อิอิ ออเออห่อหมกไปด้วยคน..

แต่ชอบนะ..ชอบมากๆๆ แนวคิดที่นิวสื่ออ่ะ..แถวพรีเซนต์ออกมาดีด้วย..

อดทนๆๆต่อไปน๊า อีกไม่นานก็อิสระเสรีแล้ว..อิอิ
เรื่องบ้านที่ลอนดอน พี่ก็เห็นด้วย ลอนดอนบางมุมก็เถื่อนมากๆๆเลย..
ต้องหาบ้านอยู่ในย่านดีๆหน่อยนะ เคยอยู่ระหว่างรอยต่อย่านดีกะไม่ดี ระแวงสุดๆๆเลย จะเดินไปไหนก็กลัวอ่ะ ยิ่งตอนนั้นเป็นสาว อยู่คนเดียวด้วย..รอดมาได้ก็บุญละเรา..อิอิ
หาย่านบันเทิงใจอยู่จะดีกว่านะ..

แล้วเรื่องงานสถาปนิกทำละได้เงินไม่คุ้มกว่าอาชีพอื่นอ่ะ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย..เท่ห์อย่างเดียว แต่เงินบ่จี้..อิอิ
ถ้านิวจะเปลี่ยนแนวไปเธียร์เตอร์ก็ดีนะ พี่ว่านิวทำได้แน่นอน..และทำได้ดีมากๆๆด้วย..
สนับสนุนๆๆๆๆๆ

กิ๊วๆๆ มีความรักกกกกกกก...อิอิ อันนี้ไม่คอมเม้นละกัน ปล่อยไปตามหัวใจนะจ๊ะ..

อยากกลับเมืองไทยโด้ยยย..
รอมาอ่านตอนต่อปายยย..

อรุณสวัสดิ์เช้าัวันใหม่จ้า..
oattoto.diaryclub.com   
Sat 31 May 2008 4:59 [7]

นิว นิว นิว หลอนปะ

อย่าไปคิดมากเลยนะ เรื่องที่มันกวนจิตใจ แค่มองไปข้างหน้า และ ทำหน้าที่ของตัวเองก็พอ

พี่น้องส่งคลิปอาร์นี่ไปให้หายคิดถึงแล้วนะ
พี่น้อง   
Fri 30 May 2008 22:22 [6]


บ้า~ อายนะ มาบอกรักกันแบบนี้

ตี่ง !

เป้ว   
Fri 30 May 2008 15:43 [5]

พี่นิว หนันก็พึ่งกลับมาเขียนไดเองอ่ะค่ะ หายไปเป็นปีเลย
ที่หมั้นก็อย่างที่บอกอ่ะค่ะ จริงๆเราสองคนหมั้นไม่หมั้น ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ใช้ชีวิตก็เหมือนเดิม แต่เพื่อความสบายใจของผู้ใหญ่อ่ะเนอะ

ฟังที่พี่นิวเล่าๆแล้วรู้สึกแปลกๆ ที่บอกว่าเป็นการยากของเด็กต่างชาติ อืม ไม่รู้สิ ที่มหาลัยพี่นิวออกจะดัง เค้าคงมี pride เยอะอ่ะมั้ง
แต่มหาลัยดังๆที่นี่ เค้าก็ชื่นชม Asians นะคะ

อืม ชอบดูงานพี่นิว เจ๋งอ่ะค่ะ
ถึงหนันจะไม่ค่อยรู้เรื่องแบบนี้เท่าไหร่
แต่ชอบนะคะ anti-stereotype แบบนี้ พวกฝรั่งชอบคิดอะไรเป็น stereotype จริงๆ ยังพูดกันอยู่บ่อยๆ ในห้องเรียน ประมาณที่เค้าว่ากันว่า White man can't jump, Asians are smart อะไรแบบเนี้ย

พี่นิวสู้ๆน๊า
chictuary.diaryclub.com   
Fri 30 May 2008 13:40 [4]

พี่น้องคณะเราอยู่เยอะนี่พี่ ก็ปรับทุกข์กันไป
*ยิ่งอ่านยิ่งไม่อยากไปแล้วแหะ - -!!
mars jack   
Fri 30 May 2008 12:39 [3]

อย่าเก็บให้มันมากนัก อย่าปรุงแต่งจิต
ชีวิตมันก็เงี้ยมึง

อย่าดราม่าด้วย ลืมบอก
วันนี้ว่าจะไปกินอากิโยชิกะโอ๋กะต้นล่ะ
แล้วจะนึกถึงมึงตอนกิน
บี   
Fri 30 May 2008 9:54 [2]

10882

หาสายต่อจากมือถือไม่เจอ
เลยมีแค่รูปงาน แถมมาแบบดิบๆ
พรุ่งนี้พี่เเจ็คมาลอนดอนแล้วววว...
new   
Fri 30 May 2008 8:36 [1]





Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง