<< September >>

S

M

T

W

T

F

S

31 

6 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

<< 2008>>








In my (bloody) Shoes

หมดท่า

 

 

คงจะจริงอย่างที่คนเค้าว่า ว่าความสุขมักจะอยู่กับเราไม่นาน

คำพระท่านว่าคนเราก็เกิดมาใช้กรรมก็คงสอดคล้องกัน

เพราะขึ้นชื่อว่าเกิดมาใช้กรรมแล้ว คงจะไม่สนุกสนานเท่าไหร่

คงขึ้นอยู่กับว่าคนใช้กรรมคนไหน จะเสแสร้งเฮฮากับการ

ใช้กรรมมากหรือน้อย  คนที่เข้มแข็งมาก แน่นอน ก็คงจะมันส์มาก

กับการใช้กรรม ส่วนคนที่เข้มแข็งน้อยก็คงจะมันส์น้อยหน่อย

หรืออาจจะเรียกว่าเป็นทุกข์กับการใช้กรรม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็

สุดแล้วแต่ว่าใครจะสามารถจัดการ เรียนรู้และอยู่รวมกันกับกรรม

ที่ต้องชดใช้ให้ความทุกข์ได้น้อยที่สุด ....

 

 

ทุกวันนี้คนเรานอกจากอยู่เพื่อชดใช้กรรมแล้ว อีกหน้าที่หนึ่ง

ที่เราทำโดยอัตโนมัติ คือการพยายามสร้างความปลอดภัยเพื่อ

เป็นเกราะป้องกันกรรมที่ต้องชดใช้  เช่นเรียนหนังสือ

เพื่อให้ได้มาซึ่งหน้าที่การงานที่มีเกียรติ ฐานะและเงินทอง

มีคนรักเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักและเป็นการการันตีว่าต่อไปนี้

ข้าไม่ได้อยู่คนเดียวและมีคนอีกคนที่พร้อมเสียสละให้เราได้เสมอ

หรือการมีลูกเพื่อให้เกิดความมั่นคงและสร้างจุดมุ่งหมายใน

ชีวิตให้กับตัวเอง แม้กระทั่งหันการนับถือศาสนาด้วยความเชื่อที่ว่า

จะเป็นเกราะป้องกันความทุกข์หรือความมันส์น้อยที่กำลัง

จะคลืบคลานมาในชีวิต....

 

 

คนบางคนสร้างเกราะแห่งความปลอดภัยได้อย่างแข็งแรง

และแน่นหนาทำให้เกิดความมันส์มากในการชดใช้กรรม

บางคนพยายามแล้วพยายามเล่าก็ไม่เกิดประโยชน์ขึ้นมา

ทำให้การใช้ชิวิตเป็นเรื่องมันส์น้อย ถึงน้อยมาก

จนกลายเป็นความทุกข์…..

 

เข้าใจมาตลอดว่าการใช้ชิวิตอยู่ที่นี่ถึงแม้จะลุ่มๆดอนๆบ้าง

แต่ความมันส์น้อยก็ไม่เคยเปลี่ยนเป็นความทุกข์ที่แท้จริง

ซักที เนื่องจากมองเห็นหนทางที่จะสามารถสร้าง

ความปลอดภัยแก่ตัวเองได้เสมอ

 

 

 เอาเถอะ แล้วเดี๋ยวก็คงผ่านไป

 

..............

 

 

เวลาผ่านไปไม่นานแต่มีเรื่องหลายอย่างผ่านเข้ามา ทำให้เกิด

เป็นความทุกข์ทั้งสิ้น เรื่องงานเลวๆเจ้านายเห็นแก่ตัว

เกิดขึ้นซ้ำสอง เพราะความไม่รู้จักจำของตัวเอง ที่นี่มัน

ลอนดอนที่ที่เต็มไปด้วยคนหนีตาย ความเห็นแก่ตัวเป็นเรื่อง

สามัญของมนุษย์แถวนี้ เรื่องเงินที่แสนปวดหัวที่ได้รับ

ผลกระทบจากเจ้านายเลวๆ  เรื่องเรียนซึ่งเป็นผลพลอยได้

ตามมาเป็นลูกโซ่  ....  ทั้งยังเรื่องความรู้สึกบางอย่างที่มอง

ไม่เห็นหนทางที่จะจัดการด้วยตัวคนเดียว

 

เอาเถอะ แล้วเดี๋ยวก็คงผ่านไป

 

เอาเถอะ

 

 

..............

 

 

เกือบจะไม่ได้ไปสวิสด้วยเหตุทางด้านการเงิน แต่แล้วก็

เดือดร้อนแม่ตัวเองเสมอ แล้วก็คงต้องเดือดร้อนแม่ต่อไป

เนื่องความสะเพร่าของตัวเองบวกความไว้ใจคนอื่นมากไป

ไปๆมาๆความเดือดร้อนทั้งหมดก็ตกไปสู่แม่เสมอ...

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

สวิสเซอแลนด์ แสนร้อน ร้อนมาก ร้อนแบบนอนไม่หลับ

ผื่นขึ้นเต็มตัวแพ้อะไรไปเรื่อยเปื่อย เสื้อผ้าเตรียมไปไม่เหมาะ

กับสภาพอากาศอย่างแรง และก็กังวลเรื่องงาน เรื่องเงิน

และการบ้านที่ต้องส่งทางอีเมล์ แต่จนแล้วจนรอดก็เนียน

ไปได้เรื่อยๆ

 

...............

 

เดินทางจากลอนดอนไปถึงบาเซิ้ล ที่ที่เค้าแข่งฟุตบอลกัน

อยู่นี่แหละ ตอนราวๆสามทุ่ม นั่งรถไฟต่อไปเมืองที่ชื่อ อาเรา

ค้นพบว่าประสบการณ์ครั้งก่อนไม่ได้ช่วย ยังคงมึนเหมือนเดิม

วันแรกถึงก่อนเวลากำหนดเล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้เจอ

โอ๋ปีกว่า และไม่ได้เจอเกรกกี้เกือบสองปี เลยคุยกันนาน

นอนเกือบตีสามทั้งๆที่สองคนต้องตื่นเพื่อเตรียมตัว

จดทะเบียนวันรุ่งขึ้น....

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

รูปนี้ถ่ายในห้องครัวนะเนี่ย แดดเเรงมาก

 

 

 

ตอนเช้าตื่นมาทำงานเล็กน้อย กินข้าวเช้า เดินเล่น

ระลึกความทรงจำ กินเครปร้านของกากองเพื่อนโอ๋

แล้วกลับมาแต่งตัวเตรียมตัวไปงานจดทะเบียนสมรส

เพื่อนๆโอ๋กับเกรกกี้เริ่มทยอยมาที่บ้าน รวมทั้งพ่อแม่

และอาม่า (ตามที่โอ๋มันเรียก) ของเกรกกี้ ...

เหมือนรียูเนี่ยนเล็กน้อยเจอเพื่อนของเกรกกี้กะโอ๋

ที่ไม่ได้เจอมานานหลายคน

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

กลอเรียน่า โอ๋ คริสติน่า

 

 

 

เดินไปที่ทำการเขต

ตึกเก่าๆเน่าๆไม่มีความโรแมนติคใดๆ ตามกฎหมายแล้ว

ต้องมีคนแปลคำที่คนจดทะเบียนพูดเป็นภาษาไทย

เกรกกี้เลยไปสอยคนสวิสที่เคยไปอยู่ไทยมาหลายปี

พูดไทยได้... ห้องจดทะเบียนก็เป็นห้องเล็กๆ นั่งกัน

คนของเขตก็เทศน์ คล้ายเป็นบาทหลวง มีกอเรียน่า

กับเอโน่เป็นพยานในการจดทะเบียนเอโน่เพื่อนสนิท

เกรกกี้ ส่วนกอเรียน่าก็เป็นเพื่อนสนิทโอ๋ ที่ตอนนี้ทำงาน

เป็นใหญ่เป็นโตไม่จเอกันนานมากตอนนี้ออฟฟิศที่ลูเซิน

ไปเปิดสาขาที่ไต้หวัน กอเรียน่าต้องบินไปมาตลอดไทเป

จีน ฮ่องกง และในที่สุดก็กำลังจะย้ายไปไต้หวันเร็วๆนี้

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

พี่ที่ดูเหมือนเขาทรายนี่คือคนแปล

สมละไปหัดมวยเมืองไทย.... เขาทรายมาเอง

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

 

 

คนแปลก็แปลได้เหียกจริงๆ แนวแบบว่ามีเรือต้องนั่ง

ไปด้วยกันน้ำซัด ก็ต้องอดทน เจอน้ำเค็มไรไม่รู้ แปลขำมาก

ก็พอเข้าใจซิมโบลิค แต่แปลไม่รู้เรื่องไปป่าว (วะ)

ฮาแตกจนถึงตอนที่แปลว่า จะเอาหรือไม่เอา... คือแนวแบบว่า

จะรับเป็นสามีหรือไม่รับ ฮาแตก ซึ้งก็ซึ้งนะ แต่ฮา...

ทางเขตให้ของขวัญเป็นเหยือกแก้วใบใหญ่แบบ

ทำมะดามากๆ.... ตลกสุดๆ ให้ทำไมหว่า

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

กะอาม่า (ตามที่มันเรียก) ของเกรกกี้ ตอนนี้เส็ดพิธีละ

สังเกตตา ร้องไห้ซัดโฮก.... มาสคาร่ากาฉูดดดดดดด

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

ไหล่หัก

 

 

 

จดทะเบียนเสร็จไปกินข้าวบ้านเกรกกี้ แล้วก็มีเบียร์ที่

เอโน่บริวเองกะมือ จำไม่ได้ว่าคราวที่แล้วกินแล้วรสชาติ

เป็นยังไง แต่คราวนี้อร่อยแฮะ เอโน่เรียนโททำเบียร์ที่มิวนิค

เก๋ฮะสุดยอด...

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

สตาทเต้อแนวสลัด ... นี่ไม่เห็นผักเลยนะเนี่ย

ที่นี่เน้นปลารมควันคงคล้ายๆประเทศแถบนี้ทั่วไป

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

เมนอร่อยเหาะ เป็นเนื้อแกะกะหมูสั่งมาจากบุชเช่อ

ท้องถิ่น กินกับซอสที่ใส่ซันดรายโทมาโท้ซัดโฮก

ไซด์เป็นมันฝรั่งอบดับเบิ้ลครีมกะชีส แล้วก็เปปเป้อ

ผัดกับเห็ด..... โฮกๆ

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

เซ็กส้วมมากกกก.... เริ่มเมา

 

 

 

 

นอนบ้านพ่อกะแม่เกรกกี้ที่เมื่องอุมตาคุม ที่คราวที่แล้วมาค้าง

หมดไปอีกหนึ่งวัน

 

วันรุ่งขึ้นไปจัดที่สำหรับงานแต่งวันเสาร์ ที่จัดงานก็เป็นตึก

ซึ่งเคยเป็นโรงงานทำอาหารสัตว์มาก่อน โรแมนติคมากกกก

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ตึกเทาๆโรงงาน โรงงานนั่นแหละ

แนวดุสิตธานีแบบเด็กแนว

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

สติ๊กเก้อบ่าวสาว ไร้สาระ จริง

ทำไปเรื่อย.... สมละที่เป็นเพื่อนกัน

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ห้องแบคสเตจ

 

 

 

 

 

 

คลับเด็กแนว มีบาร์สามบาร์  บาร์ใต้ดินเป็นแบบ

คล้ายกับสำหรับปาร์ตี้ยาอี เข้าไปนี่กลิ่นจ็อยหึ่งมาก ...........

บาร์ข้างบนเป็นที่จัดคอนเสิร์ต ส่วนบาร์ชั้นกราวน์ เป็นที่

จัดงานแต่งงาน

 

ไม่ได้ช่วยอะไรใครเท่าไหร่เนื่องจากหนีมา

เขียนเอสเส ในออฟฟิศคริสติน่าซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของโอ๋

คริสติน่าเป็นแฟนเอโน่ ทำงานเป็นกราฟฟิกดีไซเน้อให้ที่คลับนี้

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ไปซุปเป้อ มิกรอสที่เดิม (บีเมิงจำได้ป่ะ)

ไปไหนทั่วโลกก็ขอให้ได้ไปซุปเป้อ ชอบมาก สุดๆ

อันนี้มะเขือเทศ ที่คล้ายๆ ฟักทอง ...

 

 

 

 

 

 

 

 

เอโน่ เกรกกี้ โอ๋ จัดที่กันไป ตอนบ่ายๆก็เดินกลับมาที่บ้านเกรกกี้

กินข้าวแล้วไปกินเบียร์ที่ที่เค้าไปดูบอลกันคือไปเจอเพื่อนเฉยๆ

เพราะคริสติน่าเปนคนโคเอเชีย แมชนั้นโคเอเชียกะตุรกีล่ะมั้ง

เชียขาดใจอยู่คนเดียว คนอื่นกินเบียร์จนเมา เดินกลับบ้านตีหนึ่ง

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

 

 

 

 

วันเสาร์วันงาน ตื่นมาเขียนเอสเสเล็กน้อยเช่นเคย เตรียมของ

แล้วก็ต้องต้องไปช่วยตอนสองคนนนี้ไปถ่ายรูปแต่งงาน โชคดี

ที่กลอเรียน่ามาด้วยไม่งั้นคงจะยุ่งๆกันพิกล ช่างหน้าตาอาร์ตไดมากๆ

คือลุคแบบนี้นี่อาร์ตไดเร็คเต้ออย่างแรง ถ่ายกันที่ตึกร้างๆ ไม่ไกล

จากบ้านมาก โรแมนติคที่สุดดดดดดดดด แต่ก็ขำดี

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ถ่ายภาพสัตว์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ถ่ายภาพบ่าวสาว

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

แจ็คกะโรสสสสสสสส

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

ชอทนี้ในกล้องพี่อาร์ตไดงามมาก

 

 

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

 

ประตูหน้าต่างกันไป

 

ถ่ายเสร็จก็มางาน บ่ายสี่โมง ดินเน้อบาร์ตี้มีแต่เพื่อนสนิท

กับครอบครัว อาหารเปนอาหารอินเดียอร่อยมากกกกกก

กินเหล้ากันตั้งแต่สี่โมง ดินเน่อร์หกโมง จากนั้นก็ยาว

อากาศร้อนมากถึงมากที่สุด แป๊ปเดียวก็เมาเพราะแทบไม่ได้

กินอะไรมาทั้งวัน เนื่องจากรีบๆลกๆทั้งวัน ข้ออ้างของ

การเมา เมาเป็นวัฎจักรมาก กินจนเมามากแล้วก็พักจนหายเมา

กินจนเมาใหม่แล้วก็หายเมา ประมาณสามสี่รอบ บาร์ก็

เข้าไปชงเหล้าได้ตามใจชอบ จริงๆก็มีให้สั่ง แต่ใคร่อยากไปชง

เองก็ตามใจ คนเริ่มกลับไปบ้างตอนซักตีหนึ่ง เหลือแต่คนสนิท

พอได้ที่ก็แด๊นซ็กันสุดยอด คริสติน่าถึงขั้นต้องแช่เท้าในน้ำเย็น

ฟิชเช่อเพื่อนอีกคนของเกรกกี้เป็นดีเจหลังจากมีวงมาเล่น

หลายวงมันมากๆ แด๊นไปแด๊นมาฟ้าเริ่มสว่าง คนเริ่มรั่ว

นั่งรั่วกับโอ๋อยู่ข้างหน้า หัวเราะกันจนแทบหายใจไม่ออก

เชฟก็เป็นเพื่อนกับเกรกกี้ หลังจากมีอาหารมาแถมๆทั้งคืน

ก่อนกลับมีอาหารเช้ามาซะอย่างงั้น สรุปกลับมาถึงบ้าน

เจ็ดโมงเช้าพอดี...

 

 

 

 

 

In my bloody Shoes

 

เค้กแม่เกรกกี้ทำ มีคอนเสปคล้ายกับที่เราเรียนดีไซน์ฟันปีหนึ่ง อิอิ เก๋มากก